RotReport Home Click Here

"OSCAR เก่งมาก "       โดย คุณยุ้ย

............................................

                  วันแรกที่ออสการ์มาถึงบ้าน สิ่งแรกที่กังวลคือ คืนนี้เค้าจะอยู่คนเดียวในกรงได้รึเปล่า เค้าจะร้องมั๊ย ด้วยความไม่แน่ใจ จึงตัดสินใจเอาออสการ์ใส่กรงแล้วเข้ามาอยู่ในบ้านด้วยกัน ช่วงแรก ๆ มานอนข้าง ๆ กรงออสการ์ด้วย กลัวว่าเค้าจะเหงา (ไม่รู้เหมือนกันว่าหมาเหงาหรือคนเห่อกันแน่)

“ออสการ์ เก่งมาก”คำนี้เป็นคำที่ ออสการ์ คุ้นเคยมากที่สุด ใช่ค่ะออสการ์เป็นสุนัขพันธ์ร๊อตไวเลอร์ของยุ้ยเอง หลาย ๆ คนอาจจะแปลกใจว่า ผู้หญิงเค้าเลี้ยงร๊อตไวเลอร์กันด้วยเหรอ…? คงยังเหลือยุ้ยอีกคนมั้งคะที่หลงรักสุนัขพันธ์นี้เข้าอย่างจัง

ยุ้ยเริ่มต้นการเลี้ยงสุนัขพันธ์ร็อตไวเลอร์ด้วยการซื้อลูกหมามาจากคอกที่น่าเชื่อถือคอกหนึ่ง   แต่ก็ไปซื้อกับคุณพ่อแบบคนไม่มีความรู้อะไร พกไปแค่เพียงความอยากเลี้ยงเท่านั้น พอไปถึงก็ได้แต่ดู…ไม่รู้ว่าจะเอาตัวไหนดี หน้าตาก็เหมือนๆกันไปซะหมดเลย แต่ก็เหมือนเป็นเนื้อคู่กัน พอยุ้ยกำลังจะกลับบ้าน เจ้าน้องออสการ์ก็เดินตามมาด้วย ประมาณว่า “ขอไปด้วยคนสิ” แว่บแรกที่เข้ามาในหัวคือ “ไหน ๆ ก็อยากไปด้วยกันแล้ว พากลับบ้านด้วยเลยดีกว่า” รู้ตัวอีกที ออสการ์ก็กลายเป็นน้องคนเล็กของครอบครัวไปโดยปริยาย

ตอนเช้าของทุกวันจะปล่อยเค้าออกไปข้างนอก เพื่อไปปฏิบัติภาระกิจส่วนตัวตามกฎ กติกา ของบ้าน ออสการ์มีห้องน้ำเป็นของตัวเอง ซึ่งจริง ๆ แล้วก็คือสวนภายในบ้าน ทันทีที่เค้าตื่นนอนตอนเช้าจะพาเค้าไปห้องน้ำก่อน จากนั้นก็ได้เวลากินนม ออสการ์จะร่าเริงอยู่พักใหญ่ เพราะนอนเต็มตื่นมาทั้งคืน แต่คึกไปได้ไม่นานอาการหนังท้องตึง หนังตาหย่อนก็เริ่มขึ้น ออสการ์จะหลับอีกรอบ นั่นจะเป็นโอกาสที่ยุ้ยจะได้ไปทำกิจกรรมอย่างอื่นของตัวเองบ้าง พอสาย ๆ ออสการ์ก็จะได้ทานข้าว ออสการ์มีห้องน้ำเป็นของตัวเอง ซึ่งจริง ๆ แล้วก็คือสวนภายในบ้าน ทันทีที่เค้าตื่นนอนตอนเช้าจะพาเค้าไปห้องน้ำก่อน จากนั้นก็ได้เวลากินนม ออสการ์จะร่าเริงอยู่พักใหญ่ เพราะนอนเต็มตื่นมาทั้งคืน แต่คึกไปได้ไม่นานอาการหนังท้องตึง หนังตาหย่อนก็เริ่มขึ้น
ออสการ์จะหลับอีกรอบ นั่นจะเป็นโอกาสที่ยุ้ยจะได้ไปทำกิจกรรมอย่างอื่นของตัวเองบ้าง พอสาย ๆ ออสการ์ก็จะได้ทานข้าว ซึ่งเมนูในแต่ละวันจะอุดมไปด้วยสารอาหารครบถ้วน (เชื่อว่าจะได้รับสารอาหารมากกว่าคนเลี้ยงด้วยซ้ำไป) ช่วงนั้นเป็นช่วงที่อุดมไปด้วยข้อมูล เช่นคนกินอะไรแล้วผมสวยก็ให้หมากินแบบนั้นแหละขนเค้าจะได้สวย เมนูอาหารประจำของน้องออสการ์ก็คือ ฟักทอง แต่ไม่ใช่แค่นั้นนะ ออสการ์กินผักเป็นเกือบทุกชนิด รวมทั้งผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นมะม่วง แตงโม แคนตาลูป เรียกว่าคนในบ้านกินอะไร ออสการ์ก็กินแบบนั้นเหมือนกัน อย่าเพิ่งคิดว่าเมนูอาหารจะหมดแค่นี้ ยุ้ยต้องหาข้อมูลอย่างเยอะมาก เพื่อหาว่าจะให้น้องออสการ์กินอาหารสำเร็จแบบไหนดี คุยกับสัตว์แพทย์ อ่านหนังสือ ถามจากผู้เชี่ยวชาญ จนบางครั้งเวลาไปซื้อของให้น้องออสการ์ อยากเอาน้องไปซื้อของด้วยกัน อยากถามเค้าว่าเค้าชอบแบบไหน จะได้ไม่ต้องเดาใจกันอีก

ช่วงแรกที่ออสการ์มาอยู่ที่บ้าน พี่ ๆ ที่บ้านเป็นห่วงเรื่องความรุนแรงของอารมณ์อยู่บ้าง ด้วยความที่เค้าเป็นหมาตัวผู้ เวลาเล่น หรือทำกิจกรรม มักจะใช้แรงเยอะกว่าปกติ จึงกลายเป็นเรื่องปกติมากที่ทุกคนในบ้านจะมีแผลตามตัวกันทุกวัน แผลใหญ่บ้าง เล็กบ้างแล้วแต่ความเร็วในการหลบของแต่ละคน แต่ในที่สุดทุกคนก็ลงความเห็นว่า ออสการ์ควรจะได้เข้าโรงเรียนตามเกณฑ์ เพื่อฝึกระเบียบวินัยจากคุณครูบ้าง เพราะอยู่บ้านคงฝึกไม่สำเร็จแน่ ๆ (ก็ตามใจกันเหลือเกิน) จึงลงมือหาข้อมูลกันอีกรอบกับการคัดเลือกโรงเรียนประจำให้กับน้องออสการ์ เมื่อส่งน้องเค้าโรงเรียนวันแรก คนที่คิดถึงน้องมากที่สุดกลับกลายเป็นคุณแม่ (ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะไม่มีคนกินเมนูแปลก ๆ หรือเปล่า) ทำให้ช่วงนั้นขับรถไปกลับกรุงเทพ – นครปฐมกันเป็นเรื่องปกติไปเลย ออสการ์เข้ากันได้ดีกับเพื่อนทุกตัวในโรงเรียน คุณครูบอกว่าออสการ์เป็นนักเรียนที่มีผู้ปกครองมาเยี่ยมบ่อยที่สุด (ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าดีรึเปล่า) แต่ทุกครั้งที่ไปก็จะได้เห็นออสการ์เริงร่า กระโดดโลดเต้นทุกครั้ง แต่พฤติกรรมใหม่ที่เพิ่งค้นพบจากการเข้าโรงเรียนก็คือ ออสการ์ชอบว่ายน้ำอย่างมาก ในที่สุดวันที่ออสการ์ได้กลับบ้านก็มาถึง ที่บ้านเตรียมกรงพร้อมลู่วิ่งให้ออสการ์กันยกใหญ่ สิ่งที่เห็นความเปลี่ยนแปลงไปจากออสการ์มากที่สุดก็คือ เค้าตัวโตขึ้น หล่อขึ้น แต่ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงก็คือ ความน่ารัก ออสการ์ยังคงเป็นเด็กน้อยสำหรับทุกคนที่บ้านเสมอ

เมื่อออสการ์กลับมาบ้านก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง ชีวิตที่เรียบง่ายก็หมดไปโดยสิ้นเชิง ออสการ์เป็นหมาแสนรู้ ทุกวันจะได้เจอกับเรื่องน่ารัก ๆ ของเค้า เจอเรื่องใหม่ ที่ทำให้ต้องยิ้มกับสิ่งที่เค้าทำ ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าหมาที่อยู่ตรงหน้า เป็นหมาร๊อตไวเลอร์ที่ทุกคนกลัวนักกลัวหนา

ออสการ์ชอบขึ้นรถ เค้ารู้ว่าที่นั่งเค้าอยู่ตรงไหน ใครเป็นคนขับรถประจำตำแหน่งให้เค้า เค้าจำเสียงรถประจำตำแหน่งเค้าได้ คุณเคยเจอหมางอนมั๊ยคะ ถ้าไม่เคยเจอต้องมาเจอออสการ์คะ ด้วยความที่เค้าเป็นหมาเพียงตัวเดียวในบ้าน ทำให้ความรักที่เค้าได้จากทุกคนในบ้าน ล้นเหลือ แบบไม่มีที่เก็บเลยคะ ไม่มีใครเดินผ่านออสการ์โดยไม่เข้าไปหาเค้าก่อน ไม่มีใครออกจากบ้านไปโดยไม่เดินไปบอกออสการ์ ออสการ์เป็นเหมือนแหล่งเก็บเรื่องราวของคนในบ้านคะ ออสการ์ชอบฟังคนคุยกัน ชอบสื่อสารกับคน เค้าเรียนรู้นิสัยของทุกคนในบ้านได้หมด ใครตามใจ ใครดุ ใครโอ๋ เวลาไหนเค้าควรทำอะไร เหมือนคนมั๊ยคะ ไม่รู้เหมือนกันว่าในทางทฤษฎีแล้วทำไมออสการ์ซึ่งเป็นหมาท ี่ดูน่าเกรงขามในสายตาใคร ๆ

แต่กลายเป็นน้องเด็กน้อยไปแล้ว ถ้าถามยุ้ยคงเป็นความรักล้วน ๆ เลยหล่ะ ออสการ์กลายเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวไปแล้ว ทุกคนในบ้านไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ ติดออสการ์มาก ๆ ทุกเช้าตื่นมาไม่มีใครไม่ทักออสการ์ ก่อนนอนไม่มีใครไม่ good night ออสการ์ ออสการ์เป็นส่วนเติมเต็มให้ชีวิตมีความสุขจริง ๆ คะ

เมื่อออสการ์โตขึ้นเราก็เริ่มคิดว่าออสการ์โตเป็นหนุ่มแล้ว หาแฟนให้ออสการ์กันดีกว่า แต่เป็นการหาแฟนแบบคลุมถุงชน เพราะออสการ์ไม่มีโอกาสเป็นคนเลือกด้วยตัวเอง ในที่สุดเราก็ได้น้องเบสซี่มา ซึ่งมีอายุประมาณ 2 ขวบกว่า แต่ด้วยความที่ออสการ์เป็นเด็กที่ใจดี น่ารัก ทำให้น้องออสการ์กับน้องเบสซี่เข้ากันได้อย่างไม่มีปัญหา ในช่วงแรกที่เบสซี่มาถึงเราพบปัญหาหลายอย่าง เช่น อาการหวาดกลัวคนตัวใหญ่ กลัวไม้กวาด แต่ความพยายามก็เป็นผลคะ ทุกวันนี้เบสซี่เป็นเด็กร่าเริง สนุกสนาน ไม่ขี้กลัวอีกแล้ว

 

เบสซี่มาอยู่ได้ช่วงหนึ่งก็ตั้งท้อง ทุกคนในบ้านตื่นเต้นมาก กินอะไรแล้วดีรับรองว่าเบสซี่ได้กินหมดแหละคะ ยุ้ยทำเหมือนเบสซี่เป็นคนตอนท้องเลยคะ บนปฏิทินจะมีตารางการตรวจร่างกายของเบสซี่ รวมถึงกำหนดวันที่คาดว่าจะคลอด ช่วงใกล้คลอดคนที่บ้านต้องสลับกันเฝ้าน้องเบสซี่ จนกระทั่งวันคลอดอันแสนระทึกใจก็มาถึง น้องเบสซี่เค้าคลอดง่ายมากเลย ยังไม่ทันจะมีอาการอยู่ดีดีน้องคลอดซะแล้ว สิ่งแรกที่คิดถึงก็คือ คุณหมออภิชาติ (ซึ่งเป็นคุณหมอประจำตัวน้องหมาของที่บ้าน) คุณหมอก็ให้คำแนะนำเบื้องต้น แต่ใช้เวลาไม่นานคุณหมอก็มาถึงบ้าน น้องเบสซี่ตั้งต้นคลอดประมาณเที่ยงคืน จนตัวสุดท้ายก็ถึงเช้า ได้มาทั้งหมด 7 ตัว ยังไม่ทันจะพ้นวันแรก เพียงแค่หมอพ้นบ้านไป ก็ค่อยพบว่าเบสซี่เลี้ยงลูกไม่เป็น แล้วก็มีข่าวร้าย อยู่ดีๆเบสซี่ก็กัดลูกคนโตซึ่งเป็นผู้หญิง หมอพยายามช่วยอย่างสุดความสามารถ แต่น้องเล็กเกินกว่าที่จะทนความเจ็บปวดได้ เราต้องเสียลูกคนโตไป แต่มันก็เป็นบทเรียนให้รู้ว่าเราไม่สามารถปล่อยให้เบสซี่เลี้ยงลูกด้วยตัวเองได้ หมอบอกว่าเราต้องช่วยเลี้ยงและช่วยสอนเบสซี่ให้เลี้ยงลูกด้วย มันเป็นช่วงเวลาที่เหนื่อยมาก ๆ สำหรับคนในบ้าน เราต้องแบ่งกันเฝ้าเป็นกะ ทำเหมือนยามแหละค่ะ

เบสซี่เริ่มเลี้ยงลูกเป็นอย่างที่หมอแนะนำจริง ๆ เราได้พักเหนื่อยอยู่ไม่นาน เด็ก ๆ ก็โตขึ้น ความซุกซนก็เข้ามาแทนที่ เค้าได้ความน่ารัก ความแสนรู้มาจากพ่อกับแม่ แบบเต็ม ๆ เค้ามีพัฒนาการให้เราได้ค้นหากันทุกวัน ถึงวันนี้การชงนมผงให้น้องหมากลายเป็นเรื่องง่าย ๆ การหลอกล่อหมาเป็นเรื่องสนุกสนาน หลังจากมีเด็ก ๆ อีก 6 ตัว เราไม่เคยมีเวลาเหงาเลยคะ ทุกคนในบ้านมีความสุขกับการมีร๊อตไวเลอร์อยู่ในบ้าน อย่าคิดว่าเค้าดุเลย เพราะมันขึ้นอยู่กับคุณที่จะเลี้ยงเค้าแบบไหน ความเอาใจใส่ ความรัก ความอบอุ่นยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเค้า น้องออสการ์กับเบสซี่คงเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ดีได้ (แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือ เค้าตัวโตคะ เวลาเล่นกับเค้าฐานในการยืนต้องมั่นคงหน่อยนะคะ )

BESSY

 
เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก หรือผู้ใหญ่ ร๊อตไวเลอร์ก็ยังสามารถเป็นสัตว์เลี้ยงคู่ใจของทุกคนได้เสมอนะคะ

ยุ้ย

ขอขอบคุณ คุณยุ้ยที่มอบบทความดีๆ ให้กับผู้รักร๊อทได้สัมผัสถึงความรักต่อสุนัข

www.RotReport.com
Email : admin@rotreport.com